Sunday, February 8, 2015

ป้องกันภัยร้ายจากการใช้อินเทอร์เน็ต (1)

0 ความคิดเห็น
 
โลกปัจจุบันอินเทอร์เน็ตเป็นอีกสิ่งที่ใกล้ตัวกับผู้คนในโลกยุคไอที ไม่ว่าจะผ่านอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ หรือ Device ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือ อีเมล์ หรือการเข้าถึงข้อมูลในเว็บไซต์ต่างๆแต่การใช้งานดังกล่าว หากไม่ระวัง อาจทำให้ท่านต้องเสียงต่อสภาพความปลอดภัยของข้อมูลส่วนตัวท่านได้

ในวันนี้ จะเสนอเรื่องราวหนึ่งที่น่าสนใจในการใช้งาน  Web Browser ซึ่งจะพบว่าในรายการบันทึกการเข้าใช้งานในเว็บไซต์ของท่าน มีรายการของ URL หรือตัวที่อยู่ของเว็บไซต์ ที่ท่านไม่เคยเข้าใช้งาน ปรากฎอยู่ (สังเกตบรรทัด domain)


อ้าว แล้วเมื่อผู้ใช้งานยืนยันว่าไม่ได้เข้า แล้ว รายการดังกล่าวมาจากไหน

เฉลย

ความจริงท่านเข้าถึงข้อมูลเหล่านั้นทั้งที่เจตนาเข้าไปจริงๆ และไม่ได้เข้าไปใช้งาน
มาดูกันว่าที่เข้าไปจริงๆ เข้าไปในช่องทางใด
ที่แน่ๆ เข้าผ่านช่องทาง Google อย่าพึ่ง งง  การรที่ท่านเข้าค้นหาข้อมูลผ่าน Google นั้น links ทุก links   จะถูกโปรแกรม  Web browser ของระบบปฎิบัติการที่ท่านใช้เข้าถึงหรืออ่านข้อมูล ซึ่งบางเว็บไซต์ที่มีจุดประสงค์ไม่ดี แอบแฝงบางอย่างเข้าถึงข้อมูลในเครื่องหรืออุปกรณ์ท่านได้ ผ่าน script ต่างๆที่ฝังผ่านรูป ผ่าน meta tag ผ่านองค์ประกอบต่างๆในหน้าเว็บหรือใน links ที่แสดงผล หากโปรแกรมป้องกันตรวจจับการบุกรุก หรือโปรแกรมป้องกันไวรัสที่ท่านเลือกใช้ไม่มีความไว ไม่มีความฉลาดเพียงพอ device ที่ท่านมีใช้งานก็สุ่มเสียงต่อการบุกรุกโจมตีได้

หนทางป้องกัน

1. ไม่เข้าใช้งานอินเทอร์เน็ต ซึ่งก็คงเป็นไปไม่ได้

2. ติดตั้งโปรแกรมป้องกันการบุกรุก (ต้องเลือกที่มีความไวต่อการตรวจจับ) ซึ่งก็มีหลายโปรแกรม ส่วนใหญ่ก็เป็นโปรแกรมที่ต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์ ส่วนโปรแกรมฟรี มักจะมีแบบไม่เต็มประสิทธิภาพ

3. ไม่เข้าไปในเว็บไซต์พิเศษที่เป็นแหล่งอันตราย (ยกเว้นโดยตั้งใจ) เช่น เว็บบริการทางเพศ เว็บโปรแกรมเถื่อน เว็บของฟรีต่างๆ

แต่ถ้าจะใช้ของฟรี กันจริงๆ ก็ลองเลือกติดตั้งโปรแกรมป้องกันตรวจหาไวรัสที่จะแนะนำด้านล่างนี้

 
1. Panda Clound Antivirus
ลักษณะเด่น ป้องกัน malware พื้นฐานได้ดี ตรวจจับไวรัสและไฟล์บุกรุกได้แบบ realtime
ดาวน์โหลดที่ http://www.cloudantivirus.com/en/forHome/


2. ZoneAlarm
ลักษณะเด่น  มี firewall ที่แข็งแรง ป้องกันการบุกรุกโจมตีตลอดการใช้งานผ่านเว็บบราเซอร์
ดาวน์โหลดที่ http://www.zonealarm.com/security/en-us/free-antivirus-plus-firewall-install-steps.htm


3. Bitdefender Antivirus
ลักษณะเด่น มีความไวต่อการตรวจจับสัญญาณที่แสดงต่อการเป็นภัยในอุปกรณ์ของท่าน
ดาวน์โหลดที่ http://www.bitdefender.com/solutions/free.html

4. AVG
ลักษณะเด่น สแกนตรวจจับไวรัส ทั้งในระบบเว็บไซต์ สามารถเข้าถึงแม้กระทั่งสแกนตัว links สแกนจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ที่ท่านเปิดใช้ และเครื่องมือแจ้งเตือนอื่นๆ
ดาวน์โหลดที่  http://free.avg.com/ww-en/homepage

5. Qihoo 360 Internet Security
โปรแกรมนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับโปรแกรม 360 ของ Symantec แต่เป็นโปรแกรมสัญชาติจีน Qihoo 360 Technology ซึ่งกล่าวกันว่า เดือนกันยายน 2014 มีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตที่เลือกใช้งาน Qihoo 360  มากกว่า 495,000,000 ราย
ดาวน์โหลดที่ http://www.360safe.com/internet-security.html
Readmore...
Wednesday, February 4, 2015

Blogger : 17 เพิ่มแบบสอบถามจาก Google ลงในหน้าบล็อก

1 ความคิดเห็น
 

ปัจจุบันการใช้แบบสอบถามออนไลน์เป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายในเกือบทุกวงการ ไม่ว่าภาคธุรกิจ การสร้างงานวิจัยต่างๆ หรือแม้กระทั่งวงการศึกษา สำหรับผู้ใช้ Application ภายใต้ร่มเงาของ Google ซึ่งรวมถึง Blogger ที่ท่านกำลังใช้งานอยู่ในขณะนี้ ก็สามารถใช้คำสั่ง เพื่อนำฟอร์มของแบบสอบถามที่ท่านสร้างไว้ผ่าน Google Drive ซึ่งอาจจะมีหลากหลายวิธีการ แต่ mediathailand นี้จะขอเสนอวิธีการหนึ่งที่ไม่ยาก โดยมีวิธีการ ดังนี้

1.ก่อนดำเนินการ ท่านต้องสร้างแบบสอบถามให้เรียบร้อยด้วย

2. เปิดหรือเลือกไฟล์แบบสอบถามที่ท่านสร้างไว้



3. ทำการคลิกที่ปุ่ม ส่งฟอร์ม  (สีฟ้า) ซึ่งจะเกิด หน้าต่างใหม่ซ้อนทับขึ้นมา ซึ่งจะมีรายละเอียด ของการนำไปใช้งานดังภาพข้างล่าง


ในกรอบวงรีที่แสดง คือ links ที่ท่านจะนำไปใช้งาน  ให้ทำการ copy ไว้ ทำการปิดโดยคลิกปุ่ม เสร็จสิ้น สีฟ้า ดังรูป

4.ไปที่เว็บ Blogger ที่ท่านเป็นสมาชิก เข้า Login ในฐานะผู้สร้างงาน


5. ไปที่หน้าควบคุมระบบบล็อกหรือที่เรียกว่าแดชบอร์ด (Dashboard) แล้วดูตรงส่วนควบคุมบล็อก (ซึ่งจะอยู่ด้านซ้ายมือ) คลิกเลือกรายการ ชื่อ รูปแบบ หรือ Layout


6. จะเกิดกลุ่มรายการ Gadget ค่าพื้นฐาน 28 รายการ ให้คลิกเลือกรายการ
HTML/จาวาสคริปต์ ดังภาพ


7. จะเกิดหน้าต่างเพื่อวางคำสั่ง ให้ตั้งชื่อ Gadget นี้ (ตามแต่จะตั้งแต่ให้สื่อความหมายด้วย) ในที่นี้ตั้งว่า แบบสอบถามความคิดเห็น

8. ทำการวาง Tag คำสั่งลงไป
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------
<div class="separator" style="clear: both; text-align: center;">
<br /></div>
<div>
<iframe
frameborder="1"  name="text" scrolling="yes" src="http://goo.gl/forms/pngYJKxb1M" width="650" height="1000">
</iframe>
</div>

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------

เฉพาะสีแดง เป็นส่วนข้อความคำสั่งบังคับ
เฉพาะสีชมพู คือ link from ที่สร้างจาก Google ตามที่ท่านได้ copy ไว้
ส่วนสีนำเงินปรับตัวเลขได้
width=650 ความกว้างของแบบสอบถาม
height=1000 ความสูงของแบบสอบถาม
frameborder=1 กำหนดเลข 1 แสดงขอบ ไม่ให้แสดง เป็น 0
scrolling=yes กำหนดให้แสดงแถบ scroll bar ด้านข้าง  yes  แสดง  no ไม่แสดง

9. ลากวาง Gadget ตัวนี้ไปยังตำแหน่งที่ต้องการ (ส่วนใหญ่ก็จะไว้ท้ายหน้า)

ผลที่ปรากฎ ด้านล่าง


Readmore...
Tuesday, January 27, 2015

ใส่เสียงให้กับ Powerpoint และตั้งค่าให้เล่นจบ

0 ความคิดเห็น
 


โปรแกรมนำเสนอ PowerPoint มีพัฒนาการออกมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบัน เป็นเวอร์ชั่น 2013 หรือ 365 ซึ่งมีเมนูเครื่องมือช่วยให้การนำเสนองานและตั้งค่าต่างๆทำได้ง่ายขึ้นมาก ในวันนี้จะเสนอเทคนิคการใส่เสียงที่ได้เตรียมไว้ลงไปไว้ใน PowerPoint  และสามารถเล่นไฟล์เสียงนั้นได้อย่างอัตโนมัติ ไปจนจบการนำเสนอ
มีวิธีดำเนินการ ดังนี้

1. ที่เมนู  Insert เลือกไปที่>> Audio >> Audio on My PC …
หมายเหตุ ตรงส่วนนี้ยังสามารถนำไฟล์เสียงจากแหล่งอื่นเข้ามาใช้งานได้อีก คือ Online audio และไฟล์เสียงที่ได้จากการบันทึกบนเครื่อง (Record Audio)


2. เลือกไฟล์เสียงที่เตรียมไว้     


3. เมื่อใส่เสียงเสร็จแล้ว จะเห็นไอค่อนเสียงในสไลด์


4. ที่ เมนู Audio Tools จะเป็นส่วนให้ทำการตั้งค่าต่างๆ ให้กับไฟล์เสียง


ไม่ว่าจะเป็น เล่นอัตโนมัติ (Automatically) หรือ on click
กำหนดให้เสียงเล่นเองโดยไม่ต้องคลิ๊กให้เลือก Start With Previous
สามารถกำหนดการเล่นต่อเนื่องไปสไลด์ถัดไปได้ (Play Across Slides)
กำหนดให้เล่นไฟล์เสียงนั้นๆวนตลอดจนจบสไลด์ (Loop Untill Stopped)
นอกจากนี้ยังสามารถกำหนดช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งของไฟล์เสียงเพื่อใช้นำเสนอได้ด้วย


 

Readmore...

ตั้งค่าให้ PowerPoint เล่นเองอัตโนมัติ

0 ความคิดเห็น
 

ในการนำเสนองาน PowerPoint บางครั้งต้องการให้แสดงแบบอัตโนมัติ เพื่อนำเสนอในลักษณะการเล่นโชว์ การประชาสัมพันธ์ การนำเสนอผลงาน การนำเสนอหน่วยงาน โปรแกรม PowerPoint ก็สามารถตอบสนองการทำงานแบบนั้นได้ โดยมีวิธีการง่ายๆ ดังนี้

1. เลือกเมนู Slide Show >> Rehearse Timings ตามลำดับ


2. ให้ดำเนินการคลิกเล่น PowerPoint ไปตามที่ท่านต้องการแสดง โปรแกรมจะทำการจับเวลาไปจนจบจบสไลด์

หมายเหตุ
ยกเลิกการตั้งเวลา เลือก Slide Show >> Record Slide Show >> Clear >> Clear Timings
 
 
Readmore...
Saturday, January 24, 2015

การเลือกใช้ปลั๊กไฟสายพ่วงอย่างถูกวิธี

2 ความคิดเห็น
 
ปัจจุบันในหลายครัวเรือนมีการใช้ปลั๊กไฟสายพ่วงกันแพร่หลาย ซึ่งปลั๊กไฟสายพ่วงมีหลากหลายประเภท หลายยี่ห้อ ผู้ใช้งานหลายรายใช้งานที่ขาดความเข้าใจที่ถูกต้อง  จุดประสงค์หลักของปลั๊กไฟสายพ่วงถูกออกแบบมาให้ใช้สำหรับงานชั่วคราวเท่านั้น ไม่ได้ออกแบบมาใช้งานงานแบบถาวร ดังนั้นห้ามนำไปติดตั้งหรือใช้งานแบบเสียบตลอดเวลาเพราะสายไฟอาจเกิดการชำรุด ซึ่งเป็นอีกสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดอัคคีภัยได้ บทความนี้จะกล่าวถึงปลั๊กไฟสายพ่วง ในเรื่องต่างๆต่อไปนี้
1.คุณลักษณะที่ดีของปลั๊กไฟสายพ่วง
2.หลักการเลือกซื้อปลั๊กไฟสายพ่วง
3.หลักการใช้งานปลั๊กไฟสายพ่วงอย่างถูกวิธี

 
1.คุณลักษณะที่ดีของปลั๊กไฟสายพ่วง
1. สายไฟของชุดสายพ่วงต้องมีฉนวนหุ้มสายไฟด้านในอีกชั้นหนึ่งรวม 2 ชั้น เพื่อป้องกันความปลอดภัยจากการที่สายอาจจะชำรุดหรือขาดได้ง่าย


2. เต้ารับต้องทำด้วยทองเหลือง


3. มีอุปกรณ์ป้องกันการใช้ไฟเกิน อาทิ ฟิวส์ หรือเบรกเกอร์

4. ควรเป็นสายอ่อนที่มีสายทองแดงย่อยๆ มีขนาดสายรวมไม่ต่ำกว่า 0.824 ตารางมิลลิเมตร (sqmm) หรือสายเบอร์ 18 AWG (แนะนำให้ใช้สายที่มีค่าสูงกว่า 1.0 sqmm)


หมายเหตุ
ตัวอย่าง ตารางเทียบขนาดสาย




2.หลักการเลือกซื้อปลั๊กไฟสายพ่วง
1. เลือกซื้อปลั๊กไฟสายพ่วงที่ในส่วนของสายไฟอ่อนต้องได้เครื่องหมายรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.)ประเภทสายไฟทองแดงหุ้มด้วยโพลิไวนิลคลอไรด์ มอก. 11-2531 (ศึกษาเรื่อง มอก. 11-2531)



2. พิจารณาคุณลักษณะ คุณภาพของวัสดุที่นำมาทำชุดปลั๊กไฟสายพ่วง ทั้งในส่วนของเต้าเสียบ เต้ารับ อุปกรณ์ป้องกันและรางปลั๊กไฟ ต้องดูแน่นหนา สภาพแข็งแรง ไม่หลวมหลุดง่าย เต้ารับต้องทำด้วยทองเหลือง ตัวปลั๊กเสียบต้องเป็นโลหะที่ทนต่อการกัดกร่อน แข็งแรง บริเวณขั้วปลั๊กกับส่วนของสายไฟต้องมีข้อยืดหยุ่นรองรับการงอได้ดี


3. ปลั๊กไฟสายพ่วงที่ดีต้องมีสวิตช์เปิด-ปิด เพื่อป้องกันไฟกระชากจากการถอดปลั๊กจากเต้าเสียบ

4. ปลั๊กไฟสายพ่วงที่ดีต้องมีฟิวส์ หรือ  BREAKER ช่วยตัดกระแสไฟฟ้าหากใช้ไฟฟ้าเกินขนาดที่กำหนด

5. สายไฟของชุดสายพ่วงต้องมีฉนวนหุ้ม 2 ชั้น เพื่อความปลอดภัยจากการหักงอหรือถูกของมีคมทำให้สายไฟชำรุด

6. ระบุค่าแรงดันไฟฟ้าที่กำหนดใช้งานได้ระหว่าง 220- 250 โวลต์ ที่เหมาะกับไฟฟ้าในประเทศไทย

7. วัสดุทำรางเต้ารับผลิตจากพลาสติกเอวีซี (AVC) ซึ่งเนื้อพลาสติกจะทนต่อความร้อนได้ดีกว่าพลาสติกพีวีซี (PVC) ลดความเสี่ยงจากเพลิงไหม้กรณีเกิดความร้อนสูง

3.หลักการใช้งานปลั๊กไฟสายพ่วงอย่างถูกวิธี
1. ไม่ควรใช้ปลั๊กไฟสายพ่วงต่อร่วมกันหลายๆเส้น เพื่อเพิ่มความยาว เพราะจุดรอยต่อจะเกิดความต้านทานเพิ่มขึ้น เป็นสาเหตุประการหนึ่งที่เกิดความร้อน นำไปสู่การลัดวงจร

2. เมื่อเลิกใช้ควรดึงปลั๊กสายไฟต่อพ่วงออกจากเต้าเสียบหลักที่ผนัง ไม่ควรเสียบคาทิ้งไว้

3. ไม่ควรใช้ปลั๊กไฟสายพ่วงแบบใช้งานทั่วๆไป กับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินกระแสไฟฟ้ามากไฟมาก หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ต้องใช้กระแสไฟฟ้าตลอดเวลา อาทิ เครื่องปั๊มน้ำ  หลอดไฟฟ้าส่องสว่างขนาดใหญ่ 

4.ไม่ใช้ปลั๊กสายไฟต่อพ่วงใช้งานกับอุปกรณ์ที่มีสภาพการกระชากไฟเป็นช่วงๆ อาทิ ตู้เย็น เครื่องทำน้ำเย็น เป็นต้น

5. ปิดสวิตช์เครื่องใช้ไฟฟ้าก่อนเสียบปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้ากับ ปลั๊กไฟสายพ่วง เพื่อป้องกันการเกิดประกายไฟ

6. เมื่อใช้งาน เต้าเสียบและเต้ารับต้องเสียบแนบแน่นพอสมควรและไม่หลวมง่าย เพราะหากปลั๊กไฟหลวม จะเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดการอาร์ค ความร้อนที่หน้าสำผัสจะสูงมากขึ้น จนเกิดประกายไฟลุกไหม้ได้เช่นกัน

7.ไม่ใช้ปลั๊กไฟต่อพ่วงนำไปใช้ในแบบถาวรเนื่องจากฉนวนหุ้มของสายไฟอ่อนบางประเภท จะเสื่อมคุณภาพเร็ว อาจจะกรอบและหลุดร่อนได้ง่าย และเป็นส่วนให้สายไฟเกิดสนิมอ๊อกไซด์

8. หลีกเลี่ยงการใช้งานปลั๊กสายไฟต่อพ่วงมีสภาพชำรุดโดยเฉพาะตัวสาย หากจำเป็นต้องใช้งานให้ตรวจสอบส่วนที่ชำรุดว่ายังมีความพร้อมในการใช้งานหรือไม่  อาทิ สายมีรอยบาดขาดจนเห็นเส้นทองแดง ให้ทำการซ่อมแซมให้เรียบร้อยก่อน แต่หากสายไฟมาสภาพกรอบ แตก ไม่ควรนำมาใช้


9. หลีกเลี่ยงการใช้ปลั๊กสายไฟต่อพ่วงประเภทฉนวนหุ้มชั้นเดียว โดยเฉพาะรูปลักษณะที่เป็นแบบม้วนเก็บวงกลม เพราะปลั๊กไฟต่อพ่วงประเภทนี้ ค่อนข้างอันตรายอันเป็นผลมาจากส่วนใหญ่สายขนาดเล็ก (ประมาณ 0.5 sqmm) เวลาม้วนสายจะตีเกลียว

นอกจากนี้วัสดุที่ทำเป็นฉนวนหุ้มสายทองแดงจะค่อนข้างบางและกรอบง่าย ส่งผลให้สายทองแดงมีโอกาสที่จะแตะเข้าหากันได้โดยง่าย

10.ไม่ใช้ปลั๊กไฟสายพ่วงเกินขนาดกระแสไฟฟ้าที่กำหนด เพราะฉนวนที่หุ้มสายไฟจะเกิดความร้อนสูงจนละลาย หรือแข็งกรอบ เปื่อย ยุ่ย อาจทำให้สายทองแดงที่อยู่ภายในสายไฟทั้งสองเส้นแตะชิดกัน เป็นสาเหตุสำคัญให้ไฟฟ้าลัดวงจรและเกิดเพลิงไหม้ได้

ค่าขนาดสายที่ปลอดภัย
สายขนาด 0.5 sqmm. จะใช้ได้กับเครื่องไฟฟ้าสูงสุด ไม่เกิน 1,200 วัตต์ (โดยประมาณ)
สายขนาด 1.0 sqmm. จะใช้ได้กับเครื่องไฟฟ้าสูงสุด ไม่เกิน 2,200 วัตต์ (โดยประมาณ)
สายขนาด 1.5 sqmm. จะใช้ได้กับเครื่องไฟฟ้าสูงสุด ไม่เกิน 3,500 วัตต์ (โดยประมาณ)
สายขนาด 2.5 sqmm. จะใช้ได้กับเครื่องไฟฟ้าสูงสุด ไม่เกิน 5,000 วัตต์ (โดยประมาณ)
สายขนาด 4.0 sqmm. จะใช้ได้กับเครื่องไฟฟ้าสูงสุด ไม่เกิน 6,500 วัตต์ (โดยประมาณ)

หรือจะลองคำนวนจากตารางด้านล่าง
โดยดูที่ขนาดของสายที่ปรากฎด้านข้างของสายไฟ แล้วเทียบขนาดช่องในตารางด้านซ้ายสุด นำตัวเลข ด้านขวาสุดคูณกับ 220 ก็จะเท่ากับค่าของกำลังไฟฟ้าที่สานทนได้โดยประมาณ






Readmore...
Saturday, May 10, 2014

ปฏิบัติการคืนพื้นที่ให้คอมพิวเตอร์

0 ความคิดเห็น
 
สำหรับผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ทั่วไป ไม่ว่าจะแบบตั้งโต๊ะ หรือแบบเคลื่อนที่ จะประสบปัญหาว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานนั้นทำงานช้าลงกว่าตอนซื้อมาใหม่ๆ  มีหลายสาเหตุ และสาเหตุที่สำคัญประการหนึ่งก็คือ ฮาร์ดดิสก์ มีพื้นที่น้อยลง ยิ่งหากเป็นประเภท Ultrabook ที่ส่วนใหญ่ มีพื้นที่ขนาด 128 - 256 GB ปัญหาสำคัญประการหนึ่งก็คือ ฮาร์ดดิสก์มีไฟล์ขยะมากไป  ไฟล์ขยะกระจัดกระจาย ทำให้การเขียน การอ่านข้อมูลทำได้ไม่ต่อเนื่อง เรามาดูวิธีการทำความสะอาดพื้นที่ให้กับฮาร์ดดิสก์แบบง่ายๆกันดู ด้วยเครื่องมือที่ติดมากับระบบปฏิบัติการ Windows ในทุกเวอร์ชั่น มีขั้นตอนดังนี้

1. ที่ My Computer หรือ This PC  ทำการเลือก Drive ที่ต้องการตรวจสอบ ปกติจะเกิดเฉพาะ Drive C ซึ่งเป็น Drive ระบบปฏิบัติการ


2. คลิกเมาส์ขวาที่ Drive เลือกรายการ Properties

 File
3. คลิกที่ปุ่ม Disk Cleanup จะเกิดหน้าต่าง Disk Cleanup for (ชื่อ Drive) จะพบรายการ File to delete โดยส่วนใหญ่ ลบได้หมด หากต้องการลยรายการใดหรือทั้งหมด ก็คลิกเลือกรายการแต่หากต้องการเก็บรายการใดไว้ ก็ไม่ต้องเลือก
 
 
4. คลิกที่ปุ่ม OK ระบบจะถามเพื่อให้ท่านยืนยัน หากแน่ใจให้คลิกที่ ปุ่ม Delete Files
 
 
5. ระบบจะเริ่มดำเนินการ Cleanup ให้ทันที แสดงความก้าวหน้าแบบ progress bar
 


 
6. หลังจากดำเนินการเสร็จควร ผสานไฟล์ที่มีใน Drive ให้อยู่รวมกันเพื่อเป็นการลดช่องว่างในพื้นที่เก็บข้อมูลให้มีน้อยลง โดยคลิกไปที่ tab ชื่อ Tools แล้วใช้ เครื่องมือ Optimize and defragment drive  
 
 
7. คลิกที่ปุ่ม Optimize จะเกิดหน้าต่าง Optimize Drives ให้ดูตรงส่วน Current status ซึ่งจะบอกสภาพของ Drive ในที่นี้พบว่า Drive C มีการกระจายไฟล์อยู่ 8 % ณ เวลาปัจจุบัน แต่หากต้องการให้ระบบได้มีการประมวลผลอีกครั้ง ให้คลิกที่ปุ่ม Analyze
 

 
8. เมื่อต้องการให้ระบบได้ดำเนินทำการผสานไฟล์และพื้นที่ใน Drive คลิกที่ปุ่ม Optimize
 
 
เมื่อเรียบร้อยควร Restart อีกครั้ง  เครื่องนอกจากจะได้พื้นที่การใช้งานคืนมาแล้ว ระบบก็จะทำงานได้เร็วขึ้นด้วย
Readmore...
Thursday, May 8, 2014

Blogger : 16. การกำหนดสิทธิ์ผู้อ่าน Blogger

0 ความคิดเห็น
 
การกำหนดสิทธิ์ผู้อ่าน Blogger

โดยปกติ ทุกคนสามารถเข้าอ่าน/ใช้งานบล็อกได้ แต่ในบางกรณี เราอาจต้องการจำกัดผู้ใช้ให้อยู่ในวงจำกัด เช่น เฉพาะในหมู่ผู้เขียน หรือ เฉพาะบุคคลที่ระบุ ก็สามารถทำได้ ดังนี้
1. เข้าไปที่ หน้าควบคุมระบบบล็อกหรือที่เรียกว่าแดชบอร์ด (Dashboard) ของ Blogger
2. เลือก การตั้งค่า (Setting) > พื้นฐาน (Basic)
3. ที่ส่วน Permissions เลือกที่รายการ ส่วนผู้อ่านบล็อก(Blog Readers)  คลิกที่ Edit



4. ซึ่งเมื่อคลิกแล้ว จะปรากฎส่วนขยาย ซึ่งมีค่าพื้นฐาน 3 เงื่อนไข คือ
   (1)  สาธารณะ (Public) สำหรับเผยแพร่ให้ผู้อ่านทั่วไป
   (2)  ส่วนตัว (Private - Only blog authors) เป็นรูปแบบส่วนตัวเฉพาะกลุ่มผู้เขียนบล็อกเท่านั้น และ
   (3)  ส่วนตัว (Private - Only these readers) เฉพาะผู้อ่านเหล่านี้เท่านั้น
         เงื่อนไขนี้ ถือเป็นระบบปิด ผู้สร้างต้องกำหนดอีเมล์ผู้อ่านปลายทางลงในช่อง
         เป็นการให้บริการในแบบสมาชิก หรือ แบบเจาะจงผู้รับ



(ดูแบบภาษาไทย)



4. เมื่อกำหนดเงื่อนไขผู้อ่านเสร็จแล้ว คลิกที่ ปุ่มบันทึกการเปลี่ยนแปลง (Save changes) ด้วย
Readmore...

Blogger : 15. การกำหนดสิทธิการดูแลและการเขียนบทความของผู้ใช้งาน

0 ความคิดเห็น
 
จากการใช้งานตามสภาพจริง ผู้ใช้ Blogger แบ่งตามการใช้งานจะมีอยู่ 2 กลุ่ม คือ
1. ผู้จัดทำหรือผู้สร้างบล็อก และ
2. ผู้อ่านบล็อก
ซึ่งผู้ใช้งานแต่ละประเภท จะมีสิทธิ ในการเข้าถึงส่วนต่างๆของ Blogger ที่แตกต่างกัน และในแต่ละกลุ่ม ยังมีสิทธิในการเข้าถึงที่ไม่เท่ากันอีกด้วย ซึ่งผู้สร้างที่เป็นเจ้าของจริงๆนั้นสามารถกำหนดสิทธิ์ของผู้ใช้งานในแต่ละกลุ่มให้เป็นไปตามความต้องการของผู้จัดทำหรือผู้สร้างได้

สิทธิผู้จัดทำหรือผู้สร้างบล็อก
ผู้จัดทำหรือผู้สร้างบล็อก ในแต่ละบล็อก สามารถเพิ่มผู้ร่วมดูแล และผู้เขียน มีได้สูงสุด จำนวน 100 คน โดยแบ่งระดับ ออกเป็น 2 ประเภท คือ Admin (ผู้ดูแล) และ Author (ผู้เขียน)



การเพิ่มผู้เขียนบล็อก (Author)



1.เข้าไปที่ หน้าควบคุมระบบบล็อกหรือที่เรียกว่าแดชบอร์ด (Dashboard) ของ Blogger
2.เลือก การตั้งค่า (Setting) > พื้นฐาน (Basic)
3.ตรงส่วนผู้เขียนบล็อก (Blog Authors) คลิกเพิ่มผู้เขียน (Add authors)
4.พิมพ์อีเมล์ ของผู้ที่จะเชิญมาเป็นผู้เขียน สามารถพิมพ์ได้หลายชื่ออีเมล์ ถ้าพิมพ์หลายชื่ออีเมล์ แต่ละชื่อให้คั่นด้วยเครื่องหมายคอมม่า (,)


5.เมื่อพิมพ์อีเมล์ของผู้ที่เชิญในช่องเรียบร้อย คลิกที่ปุ่มเชิญผู้เขียน (Add Authors) Blogger จะส่งเมล์เชิญไปยังอีเมล์ที่ระบุไว้ ซึ่งสิทธิขั้นต้นจะเป็นเพียงผู้เขียน (Authors) โดยอัตโนมัติ


ซึ่งหลังจากตอบรับจะปรากฎข้อความแจ้งกลับมาทางระบบผ่านไปทางอีเมล์ของผู้ถูกเชิญ



6.เมื่อผู้ได้รับเชิญ เปิดเมล์ และทำการตอบรับคำเชิญ (Accept invitation) ก็จะปรากฏชื่อของบุคคลนั้น ในกรอบของผู้เขียนบล็อกในหน้าแดชบอร์ด (Dashboard) ของ Blogger ทันที



7.ถ้าผู้รับเชิญยังไม่มีบัญชี ของ Blogger จะต้องสมัครสมาชิกของ Blogger โดยทำตามขั้นตอนที่ระบุไว้ในอีเมล์

การเพิ่มผู้ดูแล (Admin)
ผู้จัดทำหรือผู้สร้างบล็อกคนแรก สามารถที่จะกำหนดฐานะบุคคลที่เชิญดการยกฐานะผู้เขียนให้เป็นผู้ดูแล ผู้ดูแลทุกคน มีสิทธิ์ยกฐานะผู้เขียนเป็นผู้ดูแล ซึ่งมีวิธีการ ดังนี้
1. ไปที่หน้าควบคุมระบบบล็อกหรือที่เรียกว่าแดชบอร์ด (Dashboard)
2. ไปที่ การตั้งค่า (Setting) > พื้นฐาน (Basic) > สิทธิ์ (Permission)
3. เลือกรายการเงื่อนไขทางขวามือ เพื่อทำการเปลี่ยนสิทธิ์ของผู้เขียนที่ต้องการยกฐานะเป็นผู้ดูแล จากผู้เขียน (Author) เป็นผู้ดูแลระบบ (Admin)

หมายเหตุ  ในฐานะ Admin ทุกคนท่านสามารถแก้ไข ยกเลิก เปลี่ยนแปลง หรือลบข้อมูลทุกๆด้านได้ ยกเว้น สิทธิเจ้าของบล็อก ดังนั้นการกระทำใดๆ ต้องระมัดระวังด้วย
Readmore...

แบบสอบถามความคิดเห็น


สาระ เนื้อหา เรื่องราว ที่ปรากฎอยู่ในบล็อกแห่งนี้ จัดทำขึ้นเพื่อรวบรวมผลงาน แนวคิด จากการศึกษาเรียนรู้ และประสบการณ์ในการทำงาน รวมถึงการนำมาจากแหล่งข้อมูลอื่น(ซึ่งจะแจ้ง links ต้นทาง) นำมาเผยแพร่ให้กับท่านที่สนใจ ผ่านช่องทางและเวทีบล็อกแห่งนี้ หากท่านต้องการที่จะแนะนำ หรือแสดงความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ในการจัดทำบล็อกความรู้นี้ ติดต่อพูดคุย(ฝากข้อความ) ได้นะครับ
ขอบคุณที่กรุณาเข้าเยี่ยมชม

นายมีเดีย : mediathailand
สุวัฒน์ ธรรมสุนทร (mediath@hotmail.com)
ข้าราชการบำนาญ สำนักงาน กศน.
กระทรวงศึกษาธิการ

ความเห็นจากเพื่อน Facebook